ทางก้าวหน้า
ประสบการณ์การเข้าร่วมโครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า
ชื่อ – สกุล นายบุรินทร์ คำไว อายุ 28 ปี
การศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต (Hons) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (พ.ศ.2546)
อาชีพปัจจุบัน รับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาลตำบล) จ.ลำพูน
เคยเข้าร่วมโครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า จำนวน 5 ครั้ง ดังนี้ - มัธยมศึกษาปีที่ 3 (พ.ศ.2539) ได้รับรางวัลชมเชยอันดับสอง
- มัธยมศึกษาปีที่ 4 (พ.ศ.2540) ได้รับรางวัลที่ 4 ระดับประเทศ (โรงเรียนส่วนภูมิภาค)
- มัธยมศึกษาปีที่ 5 (พ.ศ.2541) ได้รับรางวัลที่ 3 ระดับประเทศ (โรงเรียนส่วนภูมิภาค)
- อุดมศึกษา ชั้นปีที่ 3 (พ.ศ.2545) ได้รับรางวัลที่ 2 ระดับประเทศ
- อุดมศึกษา ชั้นปีที่ 4 (พ.ศ.2546) ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ
ความคิดเห็นและความรู้สึกที่มีต่อการจัดโครงการฯ
อาจแยกได้เป็นสองช่วงเวลา กล่าวคือ ในระดับมัธยมศึกษาจะอยู่ฐานะของผู้เข้าสอบ สิ่งที่ได้รับแน่นอนมีอยู่แล้วใช่ช่วงของการเตรียมตัวก่อนสอบ นั่นก็คือ การศึกษาธรรมะมงคลชีวิต 38 ประการ ซึ่งมีเนื้อหาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย สะดวกต่อการนำไปใช้ปฏิบัติให้บังเกิดผลดีในชีวิตประจำวัน โดยการทบทวนอ่านซ้ำหลายๆครั้ง ย่อมมีผลให้ซึมซับในการรับธรรมะเข้าสู่ตัวเอง อย่างน้อยที่สุดก็คือการปรับวิธีคิดและทัศนคติที่มองชีวิตในด้านบวก
รวมทั้งการเล็งเห็นถึงวิธีการพัฒนาตนเองไปตามแนวทางสายกลาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นกับความเป็นไปของเรื่องราวในโลกแห่งการสมมตินี้จนเกินไป และเมื่อเข้าสู่การเรียนในระดับอุดมศึกษา ลักษณะการเข้าร่วมโครงการมีเพิ่มเติมในเรื่องของการได้โอกาสเป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดกิจกรรมการสอบหรือเรียกกันว่า supervisor นั่นเอง โดยในระหว่างการจัดกิจกรรม ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของการเป็นนักศึกษาที่ได้เรียนรู้ระบบการบริหารจัดการและการประสานงานระหว่างกลุ่มนิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายอันสำคัญในเรื่องของการเผยแพร่ธรรมะให้ไปถึงใจของเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติในอนาคต ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ของเหล่านิสิต นักศึกษาเอง
ทั้งนี้ ความรู้สึกที่ประทับใจต่อการเข้าร่วมโครงการ อาจประมวลได้ดังนี้
1. การได้เห็นความเป็นระเบียบวินัยและการแสดงออกซึ่งความมิตรไมตรี(กัลยาณมิตร)ที่ดีของเหล่ารุ่นพี่ในชมรมที่มีต่อนักศึกษาผู้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมทุกคน
2. การได้มาเยือนศาสนสถานที่กว้างใหญ่ มีบรรยากาศที่สงบ ถึงแม้ผู้คนที่อาศัยและที่มาจากทั่วสารทิศมากมาย แต่คนเหล่านั้นก็ดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่าย จนอาจกล่าวได้ว่า ใครไม่มาสัมผัสย่อมไม่รู้และเข้าใจ
3. การได้ทบทวนหัวข้อธรรมะซึ่งหากนับได้คาดว่าคงอ่านมงคลชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 100 รอบได้ นับแต่ได้หยิบจับขึ้นมาอ่าน ทำให้เกิดความสงบรำงับในจิตใจได้ อันเปรียบเสมือนว่าการอ่านหนังสือธรรมะก็เป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อให้ใจบริสุทธิ์ได้ทางหนึ่ง หากเราตั้งใจจดจ่อกับการอ่านด้วยความเข้าใจ
4. ข้อนี้อาจถือเป็นผลพลอยได้จากการศึกษาธรรมะ นั่นก็คือ การได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นกำลังใจที่ดีอย่างหนึ่งที่จะเตือนให้เราได้รู้ว่าการจะกระทำสิ่งใดควรยึดหลักธรรมะเป็นที่พึ่งที่ระลึก และเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ก้าวดำเนินชีวิตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงสมดังกับคำว่า ทางก้าวหน้า ที่เป็นเส้นทางเดินที่ถูกต้องและเหมาะสมของคนเราโดยแท้จริง
ดังนั้นจึงอยากฝากให้เยาวชนที่อยู่ในวัยเรียนไม่ว่าในระดับใด ได้หันมาให้ความสนใจต่อการศึกษาหลักธรรมะ เพราะเดี๋ยวนี้การเรียนรู้ธรรมะได้ปรากฏในรูปแบบของกิจกรรมที่น่าสนใจโดยหน่วยงานที่ต้องบอกว่าแทบหาไม่ได้เลยในสังคมทุกวันนี้ที่จะจัดโครงการพัฒนาจิตใจและส่งเสริมพุทธศาสนาเช่นนี้ อย่างเช่น การจัดเข้าค่ายคุณธรรม (smile sabai camp) , เด็กดี V-star , super V-star เป็นต้น เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้จากการฝึกประสบการณ์ เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านั้น อย่างน้อยก็ควรเปิดมุมมองและโอกาสของตนเองได้เข้ามาสัมผัสกับการทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน หรือถ้าเคยมาแล้วก็จะเป็นการตอกย้ำให้เข้าใจถึงความถูกต้อง ดีงาม บนทางแห่งแสงสว่างและโลกแห่งความหวังนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นไป
จากการโทรสัมภาษณ์/admin
01 ม.ค.2553